ภาพประกอบเกี่ยวกับ ถอนเงินไม่ใช้บัตร
วิธีถอนเงินไม่ใช้บัตร 2569
ในปี 2569 นี้ วิธีถอนเงินไม่ใช้บัตร ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการทำธุรกรรมทางการเงินในชีวิตประจำวันไปแล้ว ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่คือความสะดวกที่แท้จริงซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้ใช้ชาวไทยทุกกลุ่ม โดยแก่นกลางของบริการนี้คือการใช้ แอปพลิเคชันธนาคาร บนสมาร์ทโฟนเป็นตัวกลางในการสร้างรหัสหรือคิวอาร์โค้ดเพื่อไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม โดยไม่จำเป็นต้องพกบัตรเดบิตหรือบัตรเอทีเอ็มออกจากบ้านอีกต่อไป ซึ่งนอกจากความคล่องตัวแล้ว ยังช่วยเพิ่ม ความปลอดภัย จากการสูญหายหรือถูกขโมยบัตรได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขั้นตอนการทำรายการ โดยทั่วไปมีกระบวนการที่คล้ายกัน across ธนาคารหลักๆ อย่าง ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรี, ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เริ่มจากคุณต้องเปิดแอปธนาคารบนมือถือของคุณ เช่น K PLUS, SCB EASY App, Krungthai NEXT, krungsri app, หรือ KKP MOBILE แล้วเลือกเมนูสำหรับ การถอนเงินไม่ใช้บัตร หรือ "Cardless Withdrawal" ระบบจะขอให้คุณป้อนจำนวนเงินที่ต้องการถอนและเลือกรหัสผ่าน (หรือที่บางธนาคารเรียกว่า รหัสถอนเงิน) ชั่วคราวด้วยตัวเอง จากนั้นแอปจะสร้าง QR Code เฉพาะสำหรับรายการนั้นขึ้นมา ซึ่งจะมีอายุการใช้งานสั้นๆ (มักอยู่ที่ 2-5 นาที) คุณเพียงนำ QR Code นี้ไปสแกนที่ ตู้ ATM ของธนาคารที่คุณใช้บริการ หรือในเครือข่ายที่ร่วมให้บริการได้ทันที โดยไม่ต้องเสียบบัตรใดๆ ทั้งสิ้น หลังสแกนและป้อนรหัสผ่านที่ตั้งไว้ ตู้ ATM ก็จะจ่ายเงินสดออกมาให้คุณ พร้อมใบเสร็จหรือ e-Slip ที่แสดงรายละเอียดธุรกรรม
สำหรับผู้ใช้บริการ ธนาคารกสิกรไทย ผ่านแอป K PLUS นั้น คุณสามารถใช้บริการ K-ATM ทุกตู้ทั่วประเทศได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โดยในแอปจะมีเมนู "ถอนเงินไม่ใช้บัตร" ให้เลือกใช้งานอย่างชัดเจน ส่วนลูกค้า ธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่าน SCB EASY App นอกจากจะใช้ที่ตู้ SCB ATM แล้ว ยังสามารถใช้บริการที่ จุดบริการ SCB Service (Service Point) ได้อีกด้วย ซึ่งเพิ่มความหลากหลายในการเข้าถึง สำหรับ ธนาคารกรุงไทย กับแอป Krungthai NEXT ก็มีฟีเจอร์นี้ให้ใช้งานครบถ้วน และยังสนับสนุน ธุรกรรมข้ามธนาคาร ในบางเครือข่ายได้อีกด้วย
นอกจากช่องทางตู้ ATM แล้ว อีกทางเลือกที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือ การถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า แบงก์กิ้งเอเย่นต์ ซึ่งในปี 2569 บริการนี้ก็ได้พัฒนารูปแบบไปมาก ร้านค้าต่างๆ ที่เป็นจุดให้บริการ เช่น ร้านสะดวกซื้อชั้นนำ หลายแห่งสามารถให้คุณ สร้าง QR ถอนเงิน จากแอปธนาคารของคุณ แล้วนำไปแสดงที่ร้าน พนักงานจะสแกนคิวอาร์โค้ดและมอบเงินสดให้คุณทันที พร้อมค่าธรรมเนียมการถอนที่อาจถูกกว่าหรือเท่ากับการกดที่ตู้ ATM ในบางกรณี วิธีนี้เหมาะมากสำหรับพื้นที่ที่ตู้ ATM ห่างไกล หรือในเวลากลางคืนที่การเข้าถึงตู้เอทีเอ็มอาจมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย
ในแง่ของ ความปลอดภัย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ ดิจิทัลแบงก์กิ้ง ระบบถอนเงินไม่ใช้บัตรในปัจจุบันล้วนออกแบบมาให้ปลอดภัยมากขั้น รหัสหรือคิวอาร์โค้ดที่สร้างขึ้นมามีอายุสั้นมากและใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น รวมถึงกระบวนการ ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน หรือ biometrics (เช่น ลายนิ้วมือ, Face ID) ในแอปก่อนสร้างรายการ ก็ช่วยป้องกันการถูกแฮกหรือใช้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรระมัดระวังไม่เปิดเผย รหัสถอนเงิน ที่ตนเองตั้งให้กับบุคคลอื่น และควรตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบข้างขณะทำธุรกรรมที่ตู้ ATM เสมอ
ค่าธรรมเนียมการถอน สำหรับบริการนี้ในปี 2569 โดยส่วนใหญ่ธนาคารในเครือข่ายเดียวกัน (เช่น ถอนผ่านแอป K PLUS ที่ตู้ K-ATM) มักไม่คิดค่าธรรมเนียม แต่หากเป็นการถอนข้ามเครือข่ายธนาคาร (เช่น ใช้แอปธนาคาร A ไปถอนที่ตู้ของธนาคาร B) อาจมีค่าธรรมเนียมเกิดขึ้น ซึ่งจำนวนเงินจะแสดงให้ทราบอย่างชัดเจนในแอปพลิเคชันก่อนที่คุณจะยืนยันการสร้างคิวอาร์โค้ด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้ควรอ่านรายละเอียดและยอมรับค่าธรรมเนียม (หากมี) ก่อนดำเนินการเสมอ
การจะใช้บริการนี้ได้อย่างราบรื่น ผู้ใช้ควรศึกษา คู่มือการใช้งานแอป ของธนาคารตนเองให้เข้าใจเสียก่อน เพราะแต่ละแอปอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยหรือชื่อเมนูที่แตกต่างกันเล็กน้อย การอัปเดตแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ได้ใช้งานฟีเจอร์ที่สมบูรณ์และปลอดภัยที่สุด โมบายแบงก์กิ้ง ในยุค 2569 นี้มุ่งเน้นการลด friction ในการใช้ชีวิต ทำให้การ กดเงินไม่ใช้บัตร ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนควรรู้จักและใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการเงินสดในยุคดิจิทัล
ภาพประกอบเกี่ยวกับ ตู้ ATM
ค่าธรรมเนียมและวงเงิน
เมื่อพูดถึง การถอนเงินไม่ใช้บัตร หรือ กดเงินไม่ใช้บัตร ผ่าน ตู้ ATM และ แบงก์กิ้งเอเย่นต์ ในปี 2026 หนึ่งในปัจจัยที่ผู้ใช้ต้องพิจารณาอย่างละเอียดก่อนทำธุรกรรมก็คือ ค่าธรรมเนียมและวงเงิน ซึ่งมีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปตามนโยบายของแต่ละ ธนาคาร และช่องทางบริการ โดยพื้นฐานแล้ว ค่าธรรมเนียมการถอน จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทของธุรกรรม (ภายในเครือข่ายหรือข้ามธนาคาร) และช่องทางที่เลือกใช้ (ตู้ ATM ของตัวเอง, ตู้ ATM ข้ามธนาคาร, หรือผ่านตัวแทน)
เริ่มจากช่องทางหลักอย่าง การถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร หรือ แบงก์กิ้งเอเย่นต์ (เช่น ร้านค้าต่างๆ ที่มีสัญลักษณ์บริการ) ธนาคารส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เช่น ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, และ ธนาคารกรุงไทย มักกำหนดค่าธรรมเนียมในอัตราที่คงที่ต่อรายการ ซึ่งอาจอยู่ที่ประมาณ 10-20 บาทต่อครั้ง อย่างไรก็ตาม นโยบายในปี 2026 มีแนวโน้มที่จะแข่งขันด้านค่าธรรมเนียมมากขึ้น โดยบางธนาคารอาจลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับลูกค้าที่ทำธุรกรรมผ่าน แอปพลิเคชันธนาคาร ของตนเป็นประจำ เพื่อส่งเสริม ดิจิทัลแบงก์กิ้ง และลดปริมาณการใช้ตู้ ATM จริง ตัวอย่างเช่น การสร้าง รหัสถอนเงิน หรือ QR Code ผ่านแอป K PLUS, SCB EASY App, หรือ Krungthai NEXT เพื่อไปกดเงินที่ตู้ ATM หรือตัวแทน อาจไม่เสียค่าธรรมเนียม หากอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน แต่หากถอนข้ามเครือข่ายธนาคาร (เช่น สร้าง QR จาก K PLUS แต่ไปถอนที่ตู้ ธนาคารกรุงศรี) อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งผู้ใช้ควรตรวจสอบในแอปก่อนยืนยันธุรกรรมทุกครั้ง
สำหรับ วงเงิน ในการถอนเงินไม่ใช้บัตรนั้น แต่ละธนาคารกำหนดไว้แตกต่างกัน โดยมักแบ่งตามระดับความปลอดภัยและประเภทบัญชี วงเงินสูงสุดต่อวันสำหรับบริการนี้ในปี 2026 โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 20,000 ถึง 50,000 บาท ต่อบัญชี แต่อาจเพิ่มได้หากผู้ใช้ทำการยืนยันตัวตนขั้นสูงใน แอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ เช่น การใช้ใบหน้าหรือลายนิ้วมือควบคู่กับ ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน ตัวอย่างที่ชัดเจน: ธนาคารกสิกรไทย ผ่าน K PLUS และ K-ATM: วงเงินถอนไม่ใช้บัตรอาจสูงสุดที่ 30,000 บาทต่อวัน โดยค่าธรรมเนียมสำหรับการถอนผ่านตู้ ATM ในเครือข่ายตัวเองมักเป็นศูนย์ แต่ถ้าผ่านตัวแทนอาจมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อย ธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่าน SCB EASY App และจุดบริการ SCB Service: วงเงินอาจสูงถึง 50,000 บาทต่อวัน สำหรับการ สร้าง QR ถอนเงิน และการ สแกน QR Code ที่ตู้ ATM โดยค่าธรรมเนียมสำหรับลูกค้าบัญชีหลักมักถูกยกเว้นในเครือข่ายตัวเอง ธนาคารกรุงไทย ผ่าน Krungthai NEXT: มีนโยบายแข่งขันด้านวงเงินและค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน โดยอาจเสนอวงเงินถอนไม่ใช้บัตรสูงต่อครั้ง และค่าธรรมเนียมข้ามธนาคารที่ลดลงเพื่อดึงดูดผู้ใช้ ธนาคารกรุงศรี ผ่าน krungsri app: มักเน้นที่ความปลอดภัยของ ธุรกรรมผ่านมือถือ ดังนั้นวงเงินต่อรายการอาจตั้งต้นที่ต่ำกว่า (เช่น 10,000 บาท) แต่สามารถปรับเพิ่มได้ผ่านแอป และค่าธรรมเนียมสำหรับบริการผ่านแอปมีแนวโน้มจะต่ำ * ธนาคารขนาดกลางและเฉพาะทาง เช่น ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ผ่าน KKP MOBILE: อาจใช้กลยุทธ์การไม่คิดค่าธรรมเนียมสำหรับ การถอนเงินไม่ใช้บัตร ผ่านช่องทางดิจิทัลของตนเป็นประจำ เพื่อสร้างความภักดีให้ลูกค้า ในขณะที่ ธนาคารออมสิน ซึ่งมีฐานลูกค้ากว้างขวาง อาจยังคงค่าธรรมเนียมต่ำๆ สำหรับการถอนผ่านตัวแทนเพื่อความสะดวกของลูกค้าในพื้นที่ห่างไกล
ความปลอดภัย ของธุรกรรมเหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับค่าธรรมเนียมและวงเงินโดยอ้อม บางธนาคารอาจคิดค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นเล็กน้อยสำหรับธุรกรรมที่ต้องใช้การยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) ที่ซับซ้อนกว่า แต่ให้วงเงินที่สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งผู้ใช้ควรเปรียบเทียบและเลือกแผนที่เหมาะกับพฤติกรรมของตน ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นคนที่ กดเงินไม่ใช้บัตร บ่อยครั้งแต่ครั้งละไม่มาก การเลือกบริการที่ไม่มีค่าธรรมเนียมในเครือข่ายตัวเองแต่มีวงเงินต่อวันพอเหมาะก็อาจคุ้มค่า ในทางกลับกัน หากต้องการถอนเงินก้อนใหญ่เป็นครั้งคราว การยอมเสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อยเพื่อใช้บริการข้ามธนาคารที่ให้วงเงินสูงกว่าอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
สุดท้ายนี้ ขั้นตอนสำคัญก่อนทำ ธุรกรรมทางการเงิน แบบไม่ใช้บัตรคือ การศึกษานโยบายล่าสุดของธนาคารของคุณในปี 2026 อย่างละเอียด เนื่องจากนโยบาย ค่าธรรมเนียมและวงเงิน อาจมีการอัปเดตตามภาวะเศรษฐกิจและเทคโนโลยี โมบายแบงก์กิ้ง คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลนี้ได้ง่ายๆ ผ่าน คู่มือการใช้งานแอป ในส่วนของอัตราค่าธรรมเนียม หรือในเมนูเกี่ยวกับบริการถอนเงินไม่ใช้บัตร โดยหลังจากทำรายการเสร็จสิ้น อย่าลืมเก็บ e-Slip หรือหลักฐานดิจิทัลจากแอปไว้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของ ค่าธรรมเนียมการถอน ที่ถูกหัก และวงเงินคงเหลือของคุณ การเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้คุณใช้บริการ ดิจิทัลแบงก์กิ้ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น